Bugaboo.tv

แนะนำนักแสดงหลัก-ผู้กำกับ The Girl with all the Gifts เชื้อนรกล้างซอมบี้

Post dated: 28 ต.ค 2016 เวลา 01:54 PM

CATEGORIES: Movie News


แฟนหนัง ซอมบี้ ห้ามพลาด สำหรับภาพยนตร์เรื่อง The Girl with all the Gifts เชื้อนรกล้างซอมบี้  เมื่อในอนาคตอันใกล้ มวลมนุษย์ได้ถูกทำลายโดยเชื้อโรคตัวหนึ่งซึ่งจะทำให้ผู้ติดเชื้อกลายมาเป็นพวกซอมบี้ที่กินเนื้อที่เรียกว่า "พวกกระหาย" จะเหลือแค่กลุ่มเด็กกลุ่มหนึ่งเท่านั้นที่ดูเหมือนจะมีภูมิคุ้มกันได้ กลุ่มเด็กกลุ่มนั้นถูกนำมาเป็นตัวอย่างศึกษาภายใต้การทดลองที่โหดร้ายของ ดร.คาล์ดเวลล์ แต่ถึงอย่างไรก็ตามแม้เชื้อซอมบี้จะทำลายล้างโลกอยู่นี้ แต่เด็กกลุ่มนี้ก็ยังคงมีความคิดและอารมณ์ที่เป็นปกติ ในขณะที่เด็กพวกนี้มีเชื้อโรคอยู่เรียกได้ว่าเป็น “กลุ่มชนรุ่นที่ 2 ของพวกกระหาย” พวกเขากลับสามารถที่จะคิดและรู้สึก มันทำให้พวกเขากลายเป็นทรัพยากรที่มีชีวิตสำหรับใช้ในการทำยารักษาได้  พวกเด็กๆ ต้องเข้าเรียนทุกวัน โดยมีผู้คุมที่เคร่งครัดอย่าง สิบเอกปาร์ค แต่มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง "เมลานี่" เธอพิเศษกว่าเด็กคนอื่นๆ เธอมักจะมีคำถาม และสามารถอธิบายและจินตนาการได้อย่างยอดเยี่ยม เธอก็รักครูคนโปรดของเธอ "มิสจัสตินู" และตอนที่ฐานทัพพัง เมลานี่หนีออกมาพร้อมกับ จัสตินู, สิบเอกปาร์ค, ดร.คาล์ดเวลล์ พร้อมด้วย แกลเลอเฮอร์ และ ดิลลอน เป็นทหารทั้ง 2 คน เพื่อปกป้องประเทศไม่ให้โดนทำลายล้าง เมลานี่ต้องค้นพบตัวตนตัวเอง และเธอจะเลือกชีวิตของตัวเองหรือปกป้องมวลชนชาติ

นี่เพียงแค่เรื่องย่อเท่านั้นยังน่าติดตามขนาดนี้ Bugaboo มีประประวัติแนะนำนักแสดงหลักและผู้กำกับจากเรื่อง The Girl with all the Gifts เชื้อนรกล้างซอมบี้  เพื่ออุ่นเครื่องเตรียมความพร้อมก่อนไปชมมาให้ทุกคนได้อ่านกันด้วย ไม่รอช้ามารอที่คนแรกกันเลย

- เฮเลน จัสติโน (รับบทโดย เก็มม่า อาร์เตอร์ตัน)


 
เก็มม่า อาร์เตอร์ตัน เพิ่งเสร็จสิ้นการถ่ายทำภาพยนตร์ในกรุงลอนดอนเรื่อง A Hundred Streets ร่วมกับ Idris Elba และ Samantha Barks ซึ่งมีกำหนดเข้าฉายในช่วงปลายปีนี้ ส่วนการรับบทนักแสดงนำในภาพยนตร์เรื่องอื่นๆของ เก็มม่า ในปีนี้ มีเรื่อง Their Finest Hour and a Half ภาพยนตร์แนวดรามาสมัยสงครามโลก โดยแสดงร่วมกับ Sam Claflin และ Bill Nighy ซึ่งกำกับโดย Lone Scherfig ภาพยนตร์ฝรั่งเศสเรื่อง Orpheline ซึ่งแสดงร่วมกับ Adele Exarchopoulos, Adele Haenelและ Nicolas Duvauchelle เรื่อง The History of Love แสดงร่วมกับ Derek Jacobi, Elliott Gould และ Sophie Nelisse
บทบาททางการแสดงของ เก็มม่า ที่โดดเด่นนั้นคือบทบาทที่เธอแสดงเป็น Gemma Bovery ในปี 2014 ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากบทประพันธ์เรื่อง Madame Bovary โดยถือเป็นการแสดงภาพยนตร์ต่างประเทศเรื่องแรกของเธอ และในเรื่อง Tamara Drewe (2010) ซึ่งกำกับโดย Stephen Frearsประกบบทบาทกับ Dominic Cooper นอกจากนี้เธอยังเคยรับบทเป็นสาวบอนด์“Strawberry Fields” ในภาค Quantum of Solace และภาพยนตร์อิสระ (หรือ ภาพยนตร์นอกกระแส) เรื่อง The Disappearance of Alice Creed ของ J. Blakeson
ส่วนผลงานการแสดงทางโทรทัศน์นั้น เก็มม่า รับบาทบาทเป็น Tessในเรื่อง Tess of the D'Ubervilles ของ BBC ซึ่งดัดแปลงมาจากนวนิยายของ Thomas Hardy แสดงร่วมกับ Eddie Redmayne และรับบทเป็น Elizabeth Bennett ในละครย้อนยุคของ ITV เรื่อง Lost in Austin เธอยังมีชื่อเสียงทางการแสดงละครเวทีจากการรับบทนำในเรื่อง Nell Gwynn ที่โรงละคร London’s Apollo Theatre ในปีนี้ ซึ่งได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์ และปีที่ผ่านมาเธอยังร่วมแสดงละครเพลงเรื่อง Made In Dagenham ที่โรงละคร Adelphi Theatre ย่าน West End ซึ่งเป็นที่นิยมและทำเธอได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับรางวัลทางการแสดงหลายครั้ง

- จ่า เอ็ดดี้ พาร์คส์ (รับบทโดย แพดดี้ คอนซีไดน์)


แพดดี้ คอนซีไดน์ เป็นทั้งนักแสดง นักเรียนบทและผู้กำกับ ผลงานการกำกับชิ้นแรกของเขาซึ่งได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์เรื่อง Tyrannosaur นั้นได้รับรางวัลมากมายได้แก่ รางวัล Outstanding Debut Award จากเวที BAFTA (British Academy of Film and Television Arts - รางวัลสถาบันศิลปะภาพยนตร์และโทรทัศน์บริติช) ในปี 2012 รางวัล Best Debut Director จาก Douglas Hickox Award และรางวัลนำแสดงนำหญิงของ Olivia Colman จากเวที BIFA (British Independent Film Awards - รางวัลบริทิช อินดิเพนเดนท์ ฟิล์ม อวอร์ด) ในปี 2011 และรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมและรางวัลพิเศษจากคณะกรรมการ (สำหรับ Olivia Colman และ Peter Mullan) จากเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์(Sundance Film Festival) ในปี 2011
ในฐานะนักแสดง แพดดี้ ยังได้รับบทบาททางการแสดงมากมาย เช่น เรื่อง In America ซึ่งกำกับโดย Jim Sheridan, ภาพยนตร์อังกฤษแนวดราม่าคอมเมดี้ กำกับโดย Shane Meadows ในปี 1999 เรื่อง A Room for Romeo Brass, ภาพยนตร์แนวทริลเลอร์เรื่อง Dead Man's Shoes(ซึ่ง Paddy ได้ร่วมเขียนบทกับ Meadows), ภาพยนตร์คลาสสิคแนวคัลท์(cult film) ของ Michael Winterbottom เรื่อง 24 Hour Party People, ภาพยนตร์ของ PawelPawlikowski เรื่อง My Summer of Love, ภาพยนตร์อังกฤษแนวคอมเมดี้กำกับโดย Edgar Wright เรื่อง Hot Fuz ซึ่งได้รับความนิยม และภาพยนตร์แนวแอคชั่นทริลเลอร์เรื่อง The Bourne Ultimatum ของ Paul Greengrassบทบาทการแสดงล่าสุดของ Paddy นั้นมีเรื่อง Macbeth และภาพยนตร์แนวคอมเมดี้ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความแตกต่างด้านวัฒนธรรม (culture clash) เรื่อง Pride ซึ่งได้รับรางวัล BAFTA ส่วนผลงานทางโทรทัศน์ล่าสุดของเขามีเรื่อง Peaky Blinders และรับบทบาทสำคัญใน The Suspicions of Mr.Whicher ซึ่งเป็นทั้งตัวละครหลักของเรื่องและที่มาของชื่อเรื่อง
แพดดี้ อยู่ในช่วงการดำเนินการหลังการถ่ายทำ (ช่วงเก็บรายละเอียด - ตัดต่อ) ภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเขาเรื่อง Journeyman ซึ่งเขาเป็นทั้งผู้เขียนบทภาพยนตร์ ผู้กำกับ และแสดงนำด้วยตัวเองในบท Matty Burton ซึ่งเป็นบทบาทนำ

ดร. แคโลรีน คาล์ดเวลล์ (รับบทโดย เกลน โคลส)


 
เกลน โคลส กำลังรับบทบาทเดิมอีกครั้งในละครเพลงเรื่อง Sunset Boulevard ของ Andrew Lloyd Webber ที่โรงละคร London Coliseum โดยบทนี้เป็นบทที่ทำให้เธอสามารถคว้ารางวัล Tony Award มาได้ก่อนหน้า เกลน โคลส ได้รับบทบาทในการแสดงละครเวทีและบรอดเวย์ครั้งแรกของเธอจากการแสดงเรื่อง Love for Love ของ Harold Prince ซึ่งเป็นการนำมาทำใหม่ผลงานการแสดงละครเวทีของ เกลน โคลส ที่สร้างชื่อให้เธอนั้นได้แก่ เรื่อง The Crucifer of Blood, The Singular Life of Albert Nobbs (ได้รับรางวัล Obie Award), Barnum (ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง Tony Award), ละครเวทีที่ได้รับรางวัล Tony Award  2 เรื่องซึ่งกำกับโดย Mike Nichols คือเรื่อง The Real Thing และ Death and the Maiden ที่กรุงลอนดอน เกลน โคลส ได้กลับมาร่วมทีมกับ Trevor Nunn ซึ่งเป็นผู้กำกับละครเรื่อง Sunset Boulevard ต้นฉบับที่ Royal National Theatre โดยได้รับบทบาทบาทในการชุบชีวิตบทละครเวทีเรื่อง A Streetcar Named Desire เธอกลับมาแสดงละครบรอดเวย์อีกครั้งในเรื่อง A Delicate Balance ของ Edward Albee ซึ่งเป็นการนำมาทำใหม่ ด้วยผลงานด้านการแสดงที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 6 ครั้ง เกลน โคลส ได้เสร็จสิ้นการถ่ายทำภาพยนตร์แนวทริลเลอร์ What Happened to Monday, The Girl With All the Gifts, Wilde Wedding และภาพยนตร์คอมเมดี้เรื่อง Bastards ซึ่งภาพยนตร์ทั้งหมดจะเข้าฉายในปี 2016 เกลน โคลส ได้เดบิวต์ (debut – ปรากฏตัวต่อเป็นครั้งแรกต่อสาธารณชน, เปิดตัว) ในภาพยนตร์เรื่องยาว (feature film) เป็นครั้งแรกในเรื่อง The World According to Garp ของ George Roy Hill ซึ่งทำให้เธอได้รับรางวัลจาก Los Angeles Film Critics Association และ National Board of Review รวมถึงยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์เป็นครั้งแรก เธอยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ในเวลาต่อมาอีก จากเรื่อง The Big Chill, The Natural, Fatal Attraction และ Dangerous Liaisons ของ Stephen Frears (ซึ่งเรื่องนี้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงBAFTA Award ด้วย) 
เกลน โคลส ยังให้การสนับสนุนโครงการ Puppies Behind Bars และโปรแกรมชื่อ Dog Tags: Service Dogs for Those Who’ve Served Us (โครงการ Puppies Behind Bars เกิดขึ้นในนิวยอร์ก โดยให้นักโทษเรียนรู้การเอาใจใส่และการให้ความรัก ผ่านการเลี้ยงดูและการฝึกฝนสุนัขในเรือนจำ เพื่อนำสุนัขที่ผ่านการฝึกฝนเหล่านี้ไปเยียวยาทหารผ่านศึกต่อไป) เธอยังเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งคณะกรรมการ Panthera Conservation Advisory Committee โดย Panthera (สัตว์จำพวกเสือ แมว) เป็นองค์กรไม่แสดงหาผลกำไรซึ่งมีเป้าหมายในการอนุรักษ์แมวป่า 36 สายพันธุ์บนโลก นอกจากนี้ เกลน โคลส ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ทรงเกียรติ (trustee emeritus) ของสถาบันภาพยนตร์ซันแดนซ์ (สถาบันผู้จัดเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ ซึ่งมีชื่อเสียงด้านภาพยนตร์อิสระหรือภาพยนตร์นอกกระแส) โดยทำหน้าที่เป็นสมาชิกคณะกรรมการมากว่า 16 ปี

เมลานี(รับบทโดย เซียน่า นานูอา)


เซียน่า นานูอา ได้เข้าร่วมการอบรม ที่ Television Workshop (องค์การไม่แสวงหาผลกำไรที่จัดอบรมบุคคลากรด้านภาพยนตร์หรือโทรทัศน์ในลอนดอน) ซึ่งได้รับรางวัล BAFTA มากว่า 3 ปีไม่นานมานี้เธอยังได้รับการชมเชยอย่างมากจากการรับบทในภาพยนตร์สั้นเรื่องBevereyร่วมกับ Vicky McClure ซึ่งกวาดรางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์ต่างๆไปกว่า 30 รางวัล ส่วนเรื่องชีวิตส่วนตัวนั้น เซียน่า ชอบฟังดนตรีหลายๆประเภท ชอบเต้นและชอบร้องเพลง เธอยังชอบชิมอาหารจากทั่วโลกและชอบเรียนทำอาหารอีกด้วย

ผู้กำกับ – คอล์ม แม็คคาร์ธี


มีผลงานชั้นนำทางหน้าจอโทรทัศน์มากมาย อาทิ Peaky Blinders, Sherlock, Ripper Street, Spooks, Hustle, Dr. Who และ The Tudors เขาเป็นผู้กำกับตอน 2 ของซีรีย์เรื่อง Peaky Blinders ทั้งหมด 6 ชั่วโมง ซึ่งนำแสดงโดย Tom Hardy, Cillian Murphy, Sam Neill และ Helen McCroryเขียนบทโดย Steven Knight (ผลงานที่ผ่านมาคือ Dirty Pretty Things, Locke, Eastern Promises) ซึ่งซีรีย์ยังคงได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล BAFTA Colm ยังเป็นผู้กำกับตอนงานแต่งงานของซีรีย์ Sherlock ซึ่งนำแสดงโดย Benedict Cumberbatchและ Martin Freeman โดยตอนนี้มีผู้ชมกว่า 60 ล้านคนทั่วโลก
เรื่อง Single Handed ซึ่งเขากำกับในสองตอนแรกนั้นกลายเป็นการผลิตละครโทรทัศน์สัญชาติไอริชเรื่องแรก (และเรื่องเดียว) ที่ถูกเลือกไปฉายโดยสถานีโทรทัศน์ของอังกฤษและฉายติดต่อกันนานถึง 3 ปี ส่วนเรื่อง His Murphy's Law ของเขาซึ่งเขียนบทโดย Russell Lewis ยังได้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล BAFTA Russell และ Colmยังได้ร่วมงานกันอีกครั้งในภาพยนตร์ตอนเดียว เรื่อง Endeavour สำหรับช่อง ITV ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในด้านคำวิจารณ์ จำนวนผู้ชม (เรทติ้ง) และการตอบสนองของผู้ชม ส่งผลให้ทั้งคู่ได้รับมอบหมายจากช่อง ITV ให้สร้าง Endeavour เพิ่มอีก 3 ภาคเต็ม
ภาพยนตร์สั้นของ Colm McCarthy โดยเฉพาะเรื่อง The Making of A Prodigyยังได้กวาดรางวัลนานาชาติมากมาย ส่วนภาพยนตร์เรื่องยาวของ Colmเรื่อง Outcast นั้นฉายรอบปฐมทัศน์ในงานเทศกาลภาพยนตร์ SXSW ในอเมริกาและเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ European International Film Festival ในทวีปยุโรป

BUGABOO MOVIE / ขอบคุณข้อมูลจาก Hollywood Thailand