Bugaboo.tv

Fantastic Beasts ก่อน แฮร์รี พอตเตอร์ ยังมี นิวท์ สคามันเดอร์

Post dated: 21 พ.ย 2016 เวลา 03:20 PM

CATEGORIES: Movie News

ในฤดูร้อนปี 1997 หนังสือชื่อ Harry Potter and the Sorcerer’s Stone โดย เจ เค โรว์ลิง นักเขียนซึ่งในเวลานั้นยังไม่เป็นที่รู้จัก ได้รับการตีพิมพ์เป็นครั้งแรกด้วยคำว่า “เธอเป็นพ่อมด แฮร์รี” หนังสือเล่มนี้ได้นำเราเข้าสู่อาณาจักรอันน่ามหัศจรรย์ซึ่งในไม่ช้าก็เป็นที่รู้จักกันในชื่อโลกเวทมนตร์ นับจากนั้นโลกของเราก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ด้วยหนังสือขายดีเจ็ดเล่มและหนังทำเงินแปดเรื่อง คนหลายล้านคนทั่วโลกต่างหลงใหลในเรื่องราวของ แฮร์รี พอตเตอร์ และผองเพื่อนซึ่งกำลังเติบโตเรียนรู้และได้นำเราไปสู่การผจญภัยอันมหัศจรรย์และน่าตื่นเต้น ตัวละครที่หลายคนชื่นชอบอย่างแฮร์รี เฮอร์ไมโอนี ดัมเบิลดอร์ และแม้กระทั่ง “คนที่ไม่ควรเอ่ยนาม” กลายเป็นบุคคลสำคัญแห่งยุค ขณะที่คำศัพท์อย่างมักเกิ้ล ควิดดิตช์ และฮ็อกวอร์ตส์ก็ได้บรรจุอยู่ในคลังคำทางวัฒนธรรมของเรา หลังจากหนังสือที่สร้างประวัติศาสตร์เล่มแรกของ เจ โค โรว์ลิง ออกมาได้เกือบสองทศวรรษ ณ บัดนี้ ผู้ชมจะได้หวนกลับสู่โลกเวทมนตร์อีกครั้งในยุคใหม่แห่งความมหัศจรรย์ใน “Fantastic Beasts and Where to Find Them” แม้ว่า “Fantastic Beasts” จะเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอีกยุคสมัยและอีกสถานที่โดยสิ้นเชิง แต่ก็ยังมีความเชื่อมโยงกับแฮร์รี พอตเตอร์ เพราะ Fantastic Beasts and Where to Find Them เป็นตำราเล่มหนึ่งของแฮร์รีที่โรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮ็อกวอร์ตส์



เจ เค โรว์ลิง ซึ่งมาเขียนบทภาพยนตร์เป็นครั้งแรกและยังรับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างของหนังเรื่องนี้ด้วยเล่าว่า แรกเริ่มเธอคิดจะเขียนตำราเล่มนี้ขึ้นมาเพื่อการกุศล “ระหว่างที่เขียนหนังสือเล่มนั้น” เธอกล่าว “ฉันก็เริ่มหันมาสนใจผู้เขียนซึ่งดูมีเงื่อนงำซ่อนเร้นอย่างนิวท์ สคามันเดอร์ แล้วเขาก็เริ่มมีชีวิตขึ้นมา ดังนั้นฉันจึงกระตือรือร้นมากเมื่อสตูดิโอติดต่อมาแล้วบอกว่าอยากทำเรื่องนี้เป็นหนัง เพราะฉันมีเรื่องราวความเป็นมาอยู่ในหัวอยู่แล้ว และทางสตูดิโอก็บังเอิญเลือกสิ่งที่ฉันสนใจมากที่สุดด้วย และฉันรู้ว่าถ้าจะทำเรื่องนี้ ฉันก็ต้องเป็นคนเขียนมันออกมา เพราะฉันรู้เรื่องราวเกี่ยวกับนิวท์มากเกินกว่าจะปล่อยให้คนอื่นทำ”

หนังเรื่องนี้เล่าเรื่องราวในปี 1926 ว่าด้วยตัวละครที่เรียกตัวเองว่าเป็นนักสัตว์วิเศษวิทยา ก่อนที่เขาจะเขียนตำราซึ่งต่อมาจะกลายเป็นตำราภาคบังคับที่โรงเรียนฮ็อกวอร์ตส์อันเป็นโรงเรียนเก่าของเขา นิวท์ มาถึงนิวยอร์กในช่วงท้ายของการเดินทางซึ่งนำเขาไปสู่ดินแดนอันห่างไกลเพื่อค้นหาสัตว์วิเศษ และการที่สัตว์อันมีค่าของเขาได้หนีออกไปทำให้เขาต้องตกกระไดพลอยโจนไปพบเหตุการณ์ต่างๆ อันอาจเสี่ยงต่อการเผยความลับของชุมชนเวทมนตร์ซึ่งหลบซ่อนอยู่ในที่แจ้งท่ามกลางเหล่า โน-แมจ

เรื่องนี้ยังเชื่อมโยงกับผลงานก่อนหน้าของ เจ เค โรว์ลิง ในแง่มุมอื่นๆ ที่ลึกลงไปด้วย ผู้อำนวยการสร้าง เดวิด เฮย์แมน ซึ่งเป็นผู้อำนวยการสร้างหนัง “Harry Potter” ทั้งแปดภาคยืนยันว่า ท่ามกลางความมหัศจรรย์และความสนุกสนานนั้นยังคงมีเอกลักษณ์พิเศษที่พบได้ในงานเขียนของเธอ “แนวคิดมากมายที่ซ่อนอยู่ในหนังสือ Harry Potter นั้นสามารถพบได้ในหนังเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นความดีงามของการยอมรับความแตกต่างเมื่อเทียบกับอันตรายของการไม่ยอมรับความแตกต่างและการกดขี่ การซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่ตัวเองเป็นกลุ่มคนนอกที่มารวมตัวกันและผูกพันกัน…มีอารมณ์อันเป็นสากลและความเกี่ยวข้องกับแนวคิดต่างๆ ที่ผู้คนทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้ สัตว์มหัศจรรย์อาจอยู่ในชื่อเรื่องแต่แท้จริงแล้วมนุษย์เป็นหัวใจของเรื่องราวนี้”


ผู้กำกับ เดวิด เยตส์ ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับงานเขียนของ เจ เค โรว์ลิง ไว้ว่า “ตัวละครของโจมีความสง่างามและความเป็นมนุษย์…เป็นการยกย่องตัวตนที่แท้จริงโดยไม่ต้องหาคำแก้ต่างใดๆ และไม่พยายามทำตามแบบแผนมากเกินไปหรือแอบซ่อนศักยภาพของตัวเองในการเป็นทุกสิ่งที่คุณสามารถเป็นได้ เธอเชิดชูความเป็นปัจเจกครับ”

“สำหรับฉัน วีรบุรุษก็คือคนที่กล้าพูดว่า ‘ฉันรู้ว่ามันเป็นอย่างไร แต่มันไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น’” โรว์ลิงกล่าว “พวกเขาคือคนที่พร้อมจะตั้งคำถามว่า ‘ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ’”

เอ็ดดี เรดเมย์น ผู้รับบทนำเป็นนิวท์ สคามันเดอร์ เล่าวว่า “แนวคิดที่เป็นหัวใจของหนังเรื่องนี้ก็คือความกลัวในสิ่งที่เราไม่เข้าใจและการตอบสนองต่อความกลัวนั้นด้วยวิธีการที่สุดขั้ว ด้วยเหตุนี้พ่อมดแม่มดจึงต้องอาศัยอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ ในนิวยอร์กและพ่อมดกับมักเกิ้ลก็ไม่มีปฏิสัมพันธ์ใดๆ ต่อกันเลย ขณะที่ในอังกฤษซึ่งเป็นบ้านของนิวท์นั้นยังอนุญาตให้คนสองกลุ่มนี้ติดต่อสื่อสารกันได้ในระดับหนึ่ง ด้วยเหตุผลนี้พวกเขาจึงอยากทำลายสัตว์วิเศษเพราะสัตว์เหล่านี้อาจเผยความลับว่าเวทมนตร์มีอยู่จริงโดยไม่ได้ตั้งใจ แนวคิดเหล่านี้เป็นสิ่งที่เจ เค โรว์ลิง นำมาสำรวจและคล้ายจะเป็นประเด็นนำในหนังเรื่องนี้”


นอกจากความกลัวว่าจะถูกเปิดเผยภัยคุกคามอันดำมืดอีกประการหนึ่งก็กำลังก่อความวุ่นวายไปทั่วโลกเวทมนตร์ เฮย์แมน เล่าว่า “มีพ่อมดอันทรงพลังที่มีชื่อว่ากรินเดลวัลด์ เขาเป็นคนที่ต้องการล้มล้างระบบและเชื่อว่าพ่อมดแม่มดเป็นสายพันธุ์ที่เหนือกว่า เขาไม่ปรากฏตัวมาพักใหญ่แต่เขากำลังรวบรวมผู้สนับสนุนอยู่ และแนวคิดต่อต้านมักเกิ้ลหรือต่อต้าน โน-แมจ ที่เขาเผยแพร่นั้นก็เริ่มมีสาวกผู้ติดตามเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นวอลเดอมอร์ในหนังสือ Harry Potter หรือ กรินเดลวัลด์ ซึ่งเป็นปีศาจที่เราไม่เห็นตัวแต่คอยหลอกหลอนอยู่ในหนังเรื่องนี้แนวคิดเรื่องการไม่ยอมรับความแตกต่างและการตราหน้าคนบางกลุ่มก็ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในงานเขียนของโจ ทั้งในเรื่องนี้และในผลงานทุกชิ้นของเธอ “ผมยินดีที่ได้เริ่มต้นเรื่องราวบทใหม่ในจักรวาลอันยิ่งใหญ่นี้” เฮย์แมน กล่าวต่อ “เป็นจักรวาลที่ขยายออกไปสู่อีกทวีปหนึ่งและอีกยุคสมัยหนึ่ง มันให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยแต่ก็เป็นสิ่งใหม่ด้วย และบทภาพยนตร์ของโจก็กระตุ้นให้เราทุกคนได้ใช้จินตนาการอย่างเต็มที่”

หลังจากกำกับหนัง ‘Harry Potter’ สี่ภาคหลังมาแล้ว เยตส์ กล่าวว่าการได้กลับมายังโลกเวทมนตร์ในภาพยนตร์นั้น “เหมือนการกลับบ้าน เป็นเรื่องดีครับที่ได้กลับมาสู่โลกอันแสนวิเศษที่ผมเคยอยู่มาหกปี”

Fantastic Beasts เป็นหนังเรื่องแรกในโลกใบนี้ที่ไม่ได้สร้างมาจากหนังสือ จึงช่วยให้ผู้สร้างหนังมีอิสระในการสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น เยตส์กล่าวว่า “การทำงานกับโจขณะที่เธอพัฒนาบทหนังเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นครับ เพราะนี่ไม่ใช่การดัดแปลง เราทำงานกับตัวเนื้อหาตั้งต้น มันยิ่งน่าสนใจมากที่ได้สร้างหนังให้เป็นรูปเป็นร่างร่วมกับผู้ที่สร้างโลกใบนี้ขึ้นมาโดยตรง และเป็นประโยชน์มากด้วยเพราะแน่นอนว่าเธอเป็นคนที่รู้กฎเกณฑ์ของโลกใบนี้อย่างทะลุปรุโปร่ง โจมีความคิดที่โลดแล่นครับ เธอมีไอเดียต่างๆ พรั่งพรูออกมามากมาย แต่เธอก็เป็นเพื่อนร่วมงานที่ยอดเยี่ยมและเข้าใจดีว่าการทำหนังเป็นกระบวนการทำงานร่วมกัน เธอชอบที่ได้เห็นสิ่งต่างๆ จากมุมมองที่แตกต่างกันไป”


ส่วนงานเบื้องหลังนั้น ทีมงานเก่าหลายคนจาก “Harry Potter” ได้กลับมาพบกันใน “Fantastic Beasts” รวมถึงนักออกแบบงานสร้าง สจ๊วร์ต เครก ตลอดแปดภาคที่ผ่านมา เครกได้สร้างภาพของโลกเวทมนตร์ที่โรว์ลิงจินตนาการไว้ให้เป็นจริงขึ้นมา โดยที่โดดเด่นที่สุดน่าจะเป็นปราสาทฮ็อกวอร์ตซึ่งมีลักษณะโครงสร้างที่ทุกคนจดจำได้ไม่แพ้ตัวละครที่อยู่ในนั้น สำหรับหนังเรื่องนี้ เครกได้สร้างสถาบันอีกแห่งในโลกเวทมนตร์ซึ่งก็คือสำนักงานใหญ่ของ MACUSA (สภาเวทมนตร์แห่งสหรัฐอเมริกา) อย่างไรก็ดี งานออกแบบของเขาส่วนใหญ่นั้นอยู่ในฉากบ้านเมืองของพวก โน-แมจ ที่นิวยอร์กยุคปี 1926 ซึ่งสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมดที่สตูดิโอลีฟส์เดนของ Warner Bros. ในอังกฤษ

ผู้อำนวยการสร้าง ลิโอเนล วิแกรม กล่าวว่า ทีมงานมีความสุขอย่างยิ่งที่ได้กลับมายังสตูดิโอที่เปรียบเสมือนบ้านในช่วงเวลานับทศวรรษระหว่างการสร้างหนังเรื่อง “Harry Potter” ทั้งแปดภาค “พวกเราตื่นเต้นดีใจที่ได้กลับมายังลีฟส์เดน ซึ่งได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมดหลังจากยุค ‘Harry Potter’ ในส่วนของฉากนั้นเราต้องการก้าวข้ามขีดจำกัดและทำให้ฉากครอบคลุมขอบเขตที่กว้างขวาง ขณะเดียวกันก็มีรายละเอียดอันน่าตื่นตาตื่นใจ เวลาที่เราเดินไปตามฉากถนนในนครนิวยอร์ก เราทุกคนรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปยังอดีต”


ภายใต้การกำกับของ เยตส์ สัตว์มหัศจรรย์นานาชนิดได้มาปรากฏในหนังด้วยฝีมือของฝ่ายวิชวลเอฟเฟ็กต์ นำโดย ผู้ควบคุมวิชวลเอฟเฟ็กต์ ทิม เบิร์ค และคริสเตียน แมนซ์ รวมถึงทีมพัฒนาแอนิเมชันสิ่งมีชีวิตในรูปแบบวิชวลเอฟเฟ็กต์ นำโดย พาโบล กริลโล เยตส์ ยังได้กลับมาทำงานร่วมกับมือตัดต่อที่คุ้นเคยกันมานานอย่างมาร์ค เดย์ และร่วมงานเป็นครั้งแรกกับผู้กำกับภาพ ฟิลิปป์ รูสเซล็อต, นักออกแบบเครื่องแต่งกาย คอลลีน แอ็ตวูด และนักแต่งเพลง เจมส์ นิวตัน ฮาวเวิร์ด เมื่อทีมงานฝ่ายต่างๆ ทำงานประสานกับผู้กำกับ มือเขียนบท และผู้อำนวยการสร้างความพยายามร่วมกันนี้ก็บังเกิดเป็นฉากหลังสุดบรรเจิดให้เหล่านักแสดงทุกคนได้ร่ายเวทมนตร์

BUGABOO MOVIE